โรคพยาธิในเม็ดเลือด

posted on 06 Aug 2010 03:32 by my-yok

วันนี้ น้องหยก รวบรวมบทความเกี่ยวกับ โรคพยาธิในเม็ดเลือดมาเล่าสู่กันฟังนะค่ะเป็นโรคที่ ทำให้เราต้องสูญเสียลูกรักไปโดยที่ ดูแลและรักษาไม่ทันเลยรวบรวมเรื่องราวต่างๆๆ มาเผื่อจะเป็นประโยชน์ ต่อเพื่อนๆๆหรือใครอีกหลายคนได้นะค่ะ

บทความทางวิชาการ : พยาธิเม็ดเลือด ในสุนัข (Blood Parasite) สาเหตุ : เป็นโรคติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือด คือริกเกตเซียซึ่งเป็นปรสิตชนิดหนึ่งเกิดขึ้นได้ทั้งในเม็ดเลือดแดง Babesia spp. และเม็ดเลือดขาว Ehrlichia spp. Hepatozoon spp.

การติดต่อ : สามารถติดโรคได้โดยผ่านพาหะของโรคคือ เห็บ หรือ ยุง

อาการและความรุนแรงของโรค : โดยส่วนมาก อาการของโรคพยาธิเม็ดเลือดที่เจ้าของสุนัขสามารถเห็นได้ชัดเจนคือ เลือดกำเดาไหลอาจจากรูจมูกข้างเดียว หรือทั้งสองข้าง ปัสสาวะอุจจาระมีเลือดปนเลือด เกิดภาวะดีซ่าน อาจจะมีการอักเสบขึ้นของอวัยวะภายในจนนำไปสู่อาการรุนแรงอื่นๆ เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ตับอักเสบ หรือไตวายได้

การตรวจวินิจฉัยโรค : สามารถตรวจได้โดยการตรวจเลือด หรือในปัจจุบัน Ehrlichia spp. สามารถตรวจอย่างแม่นยำได้มากขึ้นโดยใช้ชุดทดสอบ ซึ่งจะตรวจหา แอนติบอดี้ ของเชื้อ และอาจจำเป็นต้องมีการตรวจวินิจฉัยอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น ถ่ายภาพรังสี หรือตรวจปัสสาวะ เพื่อเป็นการประเมินอาการอื่นที่สามารถเกิดแทรกซ้อนขึ้นได้

การรักษาโรค :

เนื่องด้วยปัจจุบันยังไม่มียารักษาโรคนี้โดยตรงได้ ฉะนั้นจะให้ยาเป็นยาฆ่าเชื้อส่วนใหญ่และให้ทานวิตตามินบำรุงควบคู่ไป การให้ยาจะเป็นยารักษาตามอาการนั้นๆ ณ.ปัจจุบัน

ยาที่ใช้ ส่วนมาก Vibravet (ยาฆ่าเชื้อ) ใช้รักษาพยาธิในเม็ดเลือดและโรคติดเชื้อแบคทีเรีย ตัวยา doxycycline monohydrate เป็นยาที่ละลายได้ดีในไขมัน มีฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรีย, rickettsia, mycoplasma และ clamydia  สามารถใช้ในสัตว์ที่เป็นโรคไตได้เนื่องจากตัวยาขับออกทางอุจจาระ

ใช้สำหรับรักษาสุนัขและแมวที่มีปัญหา

โรคผิวหนังจากเชื้อแบคทีเรีย

โรคระบบทางเดินหายใจจากแบคทีเรีย

โรคข้อและกระดูกจากแบคทีเรีย

โรคพยาธิในเม็ดเลือด

ระยะเวลาในการใช้

โรคติดเชื้อแบคทีเรียทั่วไป 8-10 วัน

โรคเรื้อรัง และพยาธิในเม็ดเลือด 14 วันขึ้นไป

อาหาร

ควรจะเป็นอาหารอ่อน ที่ย่อยง่ายไม่ทำให้ลำใส้ทำงานหนักมากเกินไปโดยมากเราจะใช้ A/d เพราะเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูงและมีคุณค่าทางอาหาร ส่วนประกอบของอาหารสามารถดูดซับนำไปใช้เป็นพลังงานได้ง่ายให้พลังงานสูงและใช้ได้หมดไม่เหลือกากอาหาร

เราจะสามารถป้องกันโรคได้อย่างไร : ไม่มีการป้องกันที่ได้ผลโดยสิ้นเชิง แต่สามารถลดอัตราการเกิดโรคได้โดย พยายามลดปริมาณ ป้องกันการติด และ พยาธิภายนอก เช่น เห็บและยุง ให้มากที่สุด เช่นโดยอาจใช้ยาพ่นผิวหนัง หรือยาหยอดหลังเพื่อป้องกันเห็บ หมัดเป็นประจำทุกเดือน

ภายหลังการรักษาพยาธิในเม็ดเลือดจนพ้นจากอาการแล้ว ควรมีการตรวจสุขภาพ โดยร่วมกับการตรวจเลือด ซ้ำเป็นทุกหกเดือน หรืออย่างน้อยเป็นประจำปีละครั้ง ป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ หรือเพื่อสามารถรักษาได้โดยที่โรคยังไม่มีอาการแสดงออกมา

  

บทความรวบรวมมาจาก

รพ.สัตว์4โพลิคลีนิค

click2vet.com

edit @ 6 Aug 2010 04:08:45 by My yok

edit @ 6 Aug 2010 07:47:53 by My yok

Comment

Comment:

Tweet