Angels Eyes แองเจิ้ลล์ อายส์ 


อาหารเสริมลดคราบน้ำตา ใช้ได้ผลยอดเยี่ยมและโด่งดังในสนามประกวด เพียงโรยลงในอหารตามปริมาณที่กำหนดทุกๆวัน ใบหน้าจะขาวสะอาดในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ และควรใช้อย่างต่อเนื่องเพื่อให้คราบน้ำตาไม่กลับมาอีก 

สกัดจากพืช 100 % ไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ สารกัดสีขนหรือข้าวสาลี ไม่ใส่สารกันบูด 

ปริมาณการให้: 
สุนัขและแมว น้ำหนัก< 7 kg ให้ 1/4 ช้อนชาต่อวัน 
สุนัขและแมว น้ำหนัก7-25 kg ให้ 1/2 ช้อนชาต่อวัน 
สุนัข น้ำหนัก>25 kg ให้ 1 ช้อนชาต่อวัน 
 
สนใจสอบถาม line: myyok

 


 วงจร...


วงจรชีวิตเห็บ อยู่ในช่วงตั้งแต่ 2-3 เดือนจนถึง 2 ปี พัฒนาการของเห็บในแต่ละระยะ เห็บจะต้องดูดเลือดเพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองไปเป็นระยะที่โตขึ้น แต่เห็บบางสายพันธุ์ก็สามารถมีชีวิตได้นานนับปีโดยไม่ต้องกินเลือดเลย

วงจรชีวิตมีทั้งหมด 4 ระยะ คือ ระยะไข่ ระยะตัวอ่อน ระยะตัวไม่เต็มวัย และระยะตัวเต็มวัย

1.ระยะไข่
เห็บตัวเมียวางไข่ในที่ที่ซ่อนตัว ซึ่งมักเป็นพงหญ้าที่หนา เห็บตัวเต็มวัยเพศเมียวางไข่ได้ประมาณ 100 ฟองต่อครั้ง หรือ 3,000 ถึง 6,000 ฟองต่อชุด และไข่จะถูกฟักภายในระยะประมาณ 2 สัปดาห์

2.ระยะตัวอ่อน
หลังจากฟัก ตัวอ่อนจะคลานเข้าสู่พงหญ้าหรือพุ่มไม้เตี้ยๆเพื่อรอดูดเลือด และเมื่อสุนัขเดินผ่านไป มันจะติดขึ้นมาและคลานมุ่งหน้าไปยังที่ที่มันสามารถดูดกินเลือดได้อย่าง ปลอดภัย หลังจากนั้นพวกมันจะทิ้งเหยื่อลงสู่พื้นและมุ่งหน้าเข้าสู่สิ่งแวดล้อมที่ พวกมันชอบอีกครั้ง

3.ระยะตัวไม่เต็มวัย
หลังจากที่มันได้ดูดกินเลือด ตัวอ่อนจะลอกคราบเข้าสู่ระยะตัวไม่เต็มวัยและเริ่มมองหาเหยื่อตัวใหม่

4.ระยะตัวแก่
เมื่อเห็บตัวไม่เต็มวัยได้กินเลือด มันจะโตไปเป็นตัวแก่ เห็บตัวแก่เพศเมียจะดูดกินเลือดอยู่ประมาณ 8-12 วัน บางกรณีพวกมันสามารถกินเลือดจนเพิ่มขนาดเป็น 100 เท่าของน้ำหนักตัวได้ เห็บตัวเมียจะหาทางผสมพันธุ์บนตัวเหยื่อ หลังจากละทิ้งเหยื่อมัน จะวางไข่ในที่ที่เร้นลับ และรอให้วงจรชีวิตเห็บชุดใหม่เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

เห็บจะปล่อยสารกันเลือดแข็งตัว มีผลทำให้เลือดหยุดยาก รวมถึงเป็นพาหะนำโรคพยาธิเม็ดเลือดในสุนัขร่วมด้วย

การดูแลกำจัดเห็บในสุนัขมีหลายวิธี ตั้งแต่ แชมพูกำจัดเห็บหมัด แป้ง collar ยาหยอดหลัง สเปรย์กำจัด ยาฉีด ซึ่งแต่ละวิธี ก็มีรูปแบบ และตัวยาหลักที่ใช้ในการออกฤทธิ์แตกต่างกันไป สิ่งสำคัญ ต้องกำจัดทั้งบนตัวสัตว์และสิ่งแวดล้อมร่วมด้วย

ผลิตภัณฑ์ที่นิยมใช้บนตัวสุนัข

1.ใช้ยาหยอดหลัง fipronil (frontline) ในรูปแบบสเปรย์ หรือหยอดหลัง ติดต่อกันทุกเดือน เดือนละครั้ง
ติดต่อกันอย่างน้อย 2-3 เดือน ทำทุกตัวในบ้านพร้อมกันทั้งหมด แต่ในกรณี ที่มีการติดเห็บมาก แนะนำให้ใช้
ทุก 2 อาทิตย์ ซึ่งยานี้จะยับยั้งการทำงานของ receptor ที่ทำหน้าที่ยับยั้งสารสื่อประสาทในแมลง มีผลทำให้ เกิดการกระตุ้นของระบบประสาทของแมลงมากกว่าปกติ

เงื่อนไขการใช้ยานี้ : ยาตัวนี้ใช้สื่อไขมันบนผิวหนังในการพายาเข้าไปสู่ รูขุมขน เพราะฉะนั้น งดอาบน้ำ + เปียก +ตากฝน ก่อนและหลังหยอด หรือสเปรย์ เป็นเวลา 2 วันค่ะ

กรณี เห็บเยอะมาก แนะนำให้ใช้ในรูปแบบสเปรย์ จะออกฤทธิ์ได้ดีกว่ายาหยอดหลัง แต่ค่อนข้างยุ่งยากต่อเจ้าของสัตว์ เพราะกลิ่นค่อนข้างแรง ดังนั้น สเปรย์ จึงนิยมกับสัตว์ขนาดเล็กมากกว่า ยานี้มีผลกำจัดเห็บหมัด แต่ไม่มีผลป้องกันพยาธิหัวใจ

2.ยาหยอดหลัง selamectin (Revolution) ยานี้จะกระจายตัวไปตามหลอดเลือดฝอยใต้ผิวหนัง ไปทั่วร่างกาย
มีผลกำจัดเห็บ หมัด ขี้เรื้อนแห้ง พยาธิลำไส้บางชนิด และป้องกันพยาธิหัวใจ ข้อดีคือ ป้องกันพยาธิหัวใจได้ด้วย
แต่ประสิทธิภาพในการกำจัดเห็บหมัด (ในความคิดส่วนตัว) น้อยกว่า fipronil ค่ะ

3.. กรณีการใช้ยาฉีด มีผลต่อการฆ่าเห็บ (ไม่ใช่ใช้ในการไล่เห็บ) ออกฤทธิ์ได้ 2 อาทิตย์ ร่วมกับใช้ขนาดยาค่อนข้างสูง ซึ่งโดยทั่วไป สุนัขควรต้องป้องกันพยาธิหัวใจสม่ำเสมอก่อน ถึงจะพิจารณาใช้ยานี้
เนื่องจากยามีผลออกฤทธิ์หลายอย่าง กรณีใช้ขนาดต่ำ มีผลป้องกันพยาธิหัวใจได้ 2 เดือน แต่ถ้าใช้ขนาดสูงขึ้นเรื่อยๆ จะมีผล ฆ่าไรในหู ขี้เรื้อนแห้ง ขี้เรื้อนเปียก แต่ต้องใช้ตามระยะเวลาในแต่ละโรคไม่เท่ากัน

ถ้าใช้ในการฆ่าเห็บ จำเป็นต้องใช้ dose สูง ร่วมกับยาตัวนี้สามารถผ่าน blood brain barrier ได้ สุนัขมีโอกาสเกิด side effect ได้ในกรณีใช้ overdose และห้ามใช้ในบางสายพันธุ์ เช่น collie , sheepdog group ผลข้างเคียงที่อาจเกิดได้แก่ ซึม น้ำลายไหลมากกว่าปกติ อาเจียน เดินเซ ม่านตาขยาย ชัก เสียชีวิต

กรณีใช้ยานี้ สัตวแพทย์จะทำการซักประวัติโดยละเอียดก่อนทุกครั้ง เนื่องจากในกรณีที่สุนัขไม่เคยป้องกันพยาธิหัวใจ และป่วยเป็นโรคพยาธิหัวใจอยู่นั้น มีโอกาสเกิด anaphylaxis shock และเกิด heart failure ตามมา

4. การใช้แชมพูกำจัดเห็บหมัด ช่วยได้บ้าง โดยทั่วไป ควรฟอกทิ้งไว้ 10-15 นาทีเป็นอย่างน้อยค่อยล้างน้ำออก เนื่องจากการออกฤทธิ์ของยานั้น จะเกิดขึ้นเมื่อ แชมพูยาสัมผัสบนตัวสุนัข พอล้างน้ำออก ฤทธิ์ของยาก็จะหมดไปด้วย

5. ในส่วนของแป้งกำจัดเห็บหมัด ไม่แนะนำ เพราะไม่ค่อยได้ผลนัก


การกำจัดบนสิ่งแวดล้อม

1. ให้ดูดฝุ่น ทำความสะอาดบ้านให้บ่อยขึ้น โดยเฉพาะที่นอนหรือบริเวณที่สุนัขอยู่เป็นประจำ อาจนำที่นอนไปตากแดด ซัก ทำความสะอาด เพื่อลดปริมาณไข่ของทั้งเห็บและหมัด

2. ใช้ยากลุ่มที่มีผลฆ่าเห็บหมัด Flumethrin ผสมน้ำราดบริเวณที่เป็นกรง พื้น แต่ยาค่อนข้างมีกลิ่นแรง แนะนำให้นำสุนัขไปไว้ที่อื่นก่อน ค่อยราด ทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาที แล้วค่อยล้างทำความสะอาด ด้วยน้ำเปล่าอย่างน้อย 2 -3 รอบ รอจนพื้นแห้ง ค่อยพาสัตว์กลับมาไว้ที่เดิม ทำอาทิตย์ละครั้ง ซึ่งใน product เองจะแนะนำให้ใช้กับตัวสัตว์ได้ แต่ส่วนตัว ไม่ค่อยนิยม เนื่องจากสามารถเกิดความเป็นพิษในสุนัขได้ ส่วนการเจือจางยาให้ทำตามฉลากแนะนำค่ะ

**ให้สังเกตว่าบริเวณบ้าน รั้วบ้าน มีสุนัขจร หรือแมวจร เดินอยู่บริเวณแถวบ้านหรือไม่ เพราะสุนัขหรือแมวตัวอื่น ๆ ก็เป็นพาหะ นำเห็บและหมัด มาสู่สุนัขในบ้านเราได้เช่นกันค่ะ**

 

 

 

โดย Cah Pethospital · 3 มิถุนายน 2010

edit @ 21 Aug 2010 15:03:23 by My yok

edit @ 1 Oct 2011 11:14:24 by My yok

edit @ 1 Oct 2011 11:15:36 by My yok

edit @ 28 Oct 2011 09:15:36 by My yok

edit @ 18 Dec 2011 19:28:01 by My yok

edit @ 4 Jan 2012 13:37:13 by My yok

edit @ 24 Jan 2012 13:18:51 by My yok

edit @ 4 Feb 2012 16:51:02 by My yok

edit @ 4 Feb 2012 16:52:46 by My yok

edit @ 4 Feb 2012 16:53:21 by My yok

edit @ 4 Oct 2012 10:48:12 by My yok

edit @ 4 Oct 2012 13:35:15 by My yok

edit @ 12 Jun 2015 13:54:43 by My yok

โรคพยาธิในเม็ดเลือด

posted on 06 Aug 2010 03:32 by my-yok

วันนี้ น้องหยก รวบรวมบทความเกี่ยวกับ โรคพยาธิในเม็ดเลือดมาเล่าสู่กันฟังนะค่ะเป็นโรคที่ ทำให้เราต้องสูญเสียลูกรักไปโดยที่ ดูแลและรักษาไม่ทันเลยรวบรวมเรื่องราวต่างๆๆ มาเผื่อจะเป็นประโยชน์ ต่อเพื่อนๆๆหรือใครอีกหลายคนได้นะค่ะ

บทความทางวิชาการ : พยาธิเม็ดเลือด ในสุนัข (Blood Parasite) สาเหตุ : เป็นโรคติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือด คือริกเกตเซียซึ่งเป็นปรสิตชนิดหนึ่งเกิดขึ้นได้ทั้งในเม็ดเลือดแดง Babesia spp. และเม็ดเลือดขาว Ehrlichia spp. Hepatozoon spp.

การติดต่อ : สามารถติดโรคได้โดยผ่านพาหะของโรคคือ เห็บ หรือ ยุง

อาการและความรุนแรงของโรค : โดยส่วนมาก อาการของโรคพยาธิเม็ดเลือดที่เจ้าของสุนัขสามารถเห็นได้ชัดเจนคือ เลือดกำเดาไหลอาจจากรูจมูกข้างเดียว หรือทั้งสองข้าง ปัสสาวะอุจจาระมีเลือดปนเลือด เกิดภาวะดีซ่าน อาจจะมีการอักเสบขึ้นของอวัยวะภายในจนนำไปสู่อาการรุนแรงอื่นๆ เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ตับอักเสบ หรือไตวายได้

การตรวจวินิจฉัยโรค : สามารถตรวจได้โดยการตรวจเลือด หรือในปัจจุบัน Ehrlichia spp. สามารถตรวจอย่างแม่นยำได้มากขึ้นโดยใช้ชุดทดสอบ ซึ่งจะตรวจหา แอนติบอดี้ ของเชื้อ และอาจจำเป็นต้องมีการตรวจวินิจฉัยอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น ถ่ายภาพรังสี หรือตรวจปัสสาวะ เพื่อเป็นการประเมินอาการอื่นที่สามารถเกิดแทรกซ้อนขึ้นได้

การรักษาโรค :

เนื่องด้วยปัจจุบันยังไม่มียารักษาโรคนี้โดยตรงได้ ฉะนั้นจะให้ยาเป็นยาฆ่าเชื้อส่วนใหญ่และให้ทานวิตตามินบำรุงควบคู่ไป การให้ยาจะเป็นยารักษาตามอาการนั้นๆ ณ.ปัจจุบัน

ยาที่ใช้ ส่วนมาก Vibravet (ยาฆ่าเชื้อ) ใช้รักษาพยาธิในเม็ดเลือดและโรคติดเชื้อแบคทีเรีย ตัวยา doxycycline monohydrate เป็นยาที่ละลายได้ดีในไขมัน มีฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรีย, rickettsia, mycoplasma และ clamydia  สามารถใช้ในสัตว์ที่เป็นโรคไตได้เนื่องจากตัวยาขับออกทางอุจจาระ

ใช้สำหรับรักษาสุนัขและแมวที่มีปัญหา

โรคผิวหนังจากเชื้อแบคทีเรีย

โรคระบบทางเดินหายใจจากแบคทีเรีย

โรคข้อและกระดูกจากแบคทีเรีย

โรคพยาธิในเม็ดเลือด

ระยะเวลาในการใช้

โรคติดเชื้อแบคทีเรียทั่วไป 8-10 วัน

โรคเรื้อรัง และพยาธิในเม็ดเลือด 14 วันขึ้นไป

อาหาร

ควรจะเป็นอาหารอ่อน ที่ย่อยง่ายไม่ทำให้ลำใส้ทำงานหนักมากเกินไปโดยมากเราจะใช้ A/d เพราะเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูงและมีคุณค่าทางอาหาร ส่วนประกอบของอาหารสามารถดูดซับนำไปใช้เป็นพลังงานได้ง่ายให้พลังงานสูงและใช้ได้หมดไม่เหลือกากอาหาร

เราจะสามารถป้องกันโรคได้อย่างไร : ไม่มีการป้องกันที่ได้ผลโดยสิ้นเชิง แต่สามารถลดอัตราการเกิดโรคได้โดย พยายามลดปริมาณ ป้องกันการติด และ พยาธิภายนอก เช่น เห็บและยุง ให้มากที่สุด เช่นโดยอาจใช้ยาพ่นผิวหนัง หรือยาหยอดหลังเพื่อป้องกันเห็บ หมัดเป็นประจำทุกเดือน

ภายหลังการรักษาพยาธิในเม็ดเลือดจนพ้นจากอาการแล้ว ควรมีการตรวจสุขภาพ โดยร่วมกับการตรวจเลือด ซ้ำเป็นทุกหกเดือน หรืออย่างน้อยเป็นประจำปีละครั้ง ป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ หรือเพื่อสามารถรักษาได้โดยที่โรคยังไม่มีอาการแสดงออกมา

  

บทความรวบรวมมาจาก

รพ.สัตว์4โพลิคลีนิค

click2vet.com

edit @ 6 Aug 2010 04:08:45 by My yok

edit @ 6 Aug 2010 07:47:53 by My yok